รีวิวหนัง Passengers (2016)



ภาพยนตร์: Passengers
กำกับ: Morten Tyldum
นักแสดงนำ: Jennifer Lawrence, Chris Pratt, Michael Sheen, Laurence Fishburne

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างมาก มนุษย์สามารถเดินทางจากโลกใบนี้ไปโลกใบอื่นได้ จึงมีมนุษย์กลุ่มหนึ่ง (50,000 กว่าคน) ตัดสินใจเดินทางไป เพื่อใช้ชีวิตบนโลกใบใหม่ แต่การเดินทางครั้งนี้ต้องนั่งยานอวกาศไป และใช้เวลา 120 ปีจึงจะถึงที่หมาย มนุษย์จึงต้องนอนในแคปซูลที่ทำมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ ซึ่งแคปซูลนี้จะทำให้มนุษย์หลับไปยาวนานและจะถูกปลุกให้ตื่นแค่เพียง 4 เดือนก่อนจะถึงที่หมายเท่านั้น

แต่ดันเกิดความผิดพลาดทำให้ Jim Preston (Chris Pratt) ตื่นก่อนกำหนดตั้ง 90 ปี ต่อเมื่อเขาหาทางที่จะกลับไปหลับต่อในแคปซูลไม่ได้ พายานกลับโลกใบที่จากมาก็ไม่ได้ และติดต่อใครก็ไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจปลุก Aurora Lane (Jennifer Lawrence) ขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อน

หน้าหนังเรื่องนี้ดูจะเป็นหนังอวกาศแต่จริงๆ แล้วมันคือหนังรัก เนื้อเรื่องเน้นในพาร์ทความรักของพระนางค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยบทที่หลวม และการเดินเรื่องแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ทำให้หนังน่าเบื่อไปหน่อยในช่วงต้น หนังมาสนุกในช่วงท้ายเพราะมีฉากแอคชั่นเข้ามาให้ตื่นเต้นระทึกใจ

ปัญหาสำคัญอีกอย่างของหนังคือการแสดงของพระนาง เนื่องจากบทหนังไม่ได้บอกรายละเอียดตัวละครมากนักทำให้งานหนักตกเป็นของนักแสดงที่ต้องทำให้คนดูเชื่อให้ได้ว่าพวกเขาต้องการจากโลกใบเดิมมาจริงๆ เพื่อจะได้ไปสู่โลกใบใหม่ที่พวกเขาฝันใฝ่ว่ามันจะดีกว่า แต่การแสดงของทั้งคู่ยังไม่ลึกพอที่จะทำให้เราเชื่อในตัวละครที่พวกเขาเป็นได้ เมื่อไม่เชื่อก็ไม่อิน เมื่อไม่อินมันก็คือหายนะของหนังรักนั่นเอง

ส่วนที่ดีที่สุดของหนังคือฉากแอคชั่นบนยานอวกาศกับการเอาชีวิตรอดในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งคะแนนที่ให้มาจากพาร์ทนี้ทั้งสิ้น

ให้คะแนน 3/5

*****สปอยขั้นสูงสุด*****

เราชอบข้อคิดของหนังมากที่ว่า เราจะฝันถึงชีวิตที่มีความสุขในวันข้างหน้าได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้เรายังทำชีวิตให้มีความสุขไม่ได้หนังต้องการสื่อว่าให้อยู่กับปัจจุบันและทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ยังนำเสนอได้ไม่ดีพอ

พระเอกรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าบนโลกใบนี้จึงอยากไปใช้ชีวิตบนโลกใบใหม่ นางเอกรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ยังไม่ดีพอสำหรับเธอๆ จึงอยากไปหาอะไรใหม่ๆ บนโลกใบใหม่ ทั้งพระเอกและนางเอกจึงเป็นคนที่อยู่กับความฝันว่าจะเจอสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่า แต่เมื่อพวกเขาตื่นจากฝันแล้วพบกับความจริงว่า ต้องมาติดแหงะอยู่ในยานอวกาศกัน 2 คน พวกเขาก็ต้องหาทางอยู่กับมันให้ได้ พล็อตเรื่องมันดีนะ เราชอบ แต่พอหนังไปโฟกัสเรื่องความรักที่ดูไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกเสียดายพล็อตดีๆ จัง

ประเด็นที่พระเอกตัดสินใจปลุกนางเอกขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากในหมู่คนที่ดูแล้วว่ามันเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป แต่ตรงนี้เราเข้าใจนะ เหมือนที่ในหนังบอกไว้ว่า คนเราตอนกำลังจะจมน้ำอะไรคว้าได้ก็คว้าไว้ก่อนทั้งนั้นแหละ และเราก็เข้าใจด้วยที่นางเอกโกรธเมื่อรู้ว่าตนเองถูกปลุกมาให้อยู่เป็นเพื่อน ซึ่งมันทำให้ความฝันที่เธอจะได้ไปโลกใหม่ต้องสูญสิ้นไป


แต่สิ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจคือตอนจบของเรื่องที่บอกว่าพระเอกนางเอกมีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขบนยานนั้นไปจนตาย เราคิดไม่ออกจริงๆ ว่าการที่อยู่กันสองคนบนยานอวกาศที่มีพื้นที่จำกัดเป็นสิบๆ ปีจนตายจากกันไปพวกเขาอยู่กันได้ยังไง จุดนี้มากกว่าที่น่าสนใจ จุดนี้มากกว่าที่หนังน่าจะโฟกัสเพื่อให้ตรงกับข้อคิดที่ว่า จงอยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้มีความสุขที่สุดแต่หนังดันจบตรงนี้ มันเลยไม่ฟิน ดูจบแล้วก็ไม่ได้อะไรใหม่นอกจากฉากแอคชั่นสนุกๆ ประมาณ 20 นาทีจากหนังเกือบ 2 ชั่งโมง!

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.