รีวิวหนัง The Lake House (2006)



ภาพยนตร์: The Lake House
กำกับ: Alejandro Agresti
นักแสดงนำ: Keanu Reeves, Sandra Bullock, Christopher Plummer

The Lake House คือหนังรีเมคจากหนังเกาหลีเรื่อง il Mare โดยเส้นเรื่องหลักเหมือนกันตรงที่พระเอกกับนางเอกมีชีวิตอยู่กันคนละช่วงเวลา แต่ไม่ใช่หนังย้อนอดีตไปไกล เพราะพวกเขาอยู่ต่างกันแค่สองปี

Dr. Kate Foster (Sandra Bullock) ย้ายออกจากบ้านริมทะเลไปอยู่ในตัวเมือง เธอทิ้งจดหมายไว้ที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเพื่อขอให้คนที่จะมาอยู่บ้านหลังนี้ต่อช่วยส่งจดหมายที่อาจจะตกค้างมาถึงเธอไปที่อยู่ใหม่ให้ด้วย ขณะที่ Alex Wyler (Keanu Reeves) กำลังย้ายเข้าไปอยู่บ้านริมทะเล เขาได้รับจดหมายจากตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน และพบว่าคนที่เขียนจดหมายฉบับนี้อยู่ห่างจากเขาสองช่วงปี

แม้จะเป็นหนังรีเมคที่มีเนื้อหาหลักเหมือนต้นฉบับ แต่รายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างมาก ทำให้หนังเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดนี้มีความสนุกและน่าติดตามไปอีกแบบ ขนาดเพิ่งดู il Mare จบแล้วมาดูเรื่องนี้ต่อทันทีก็ไม่น่าเบื่อ บทหนังทำได้ดีเรื่องการอุดช่องโหว่ที่ต้นฉบับทำไว้ ทำให้เนื้อเรื่องมีความสมบูรณ์มากขึ้น แถมการแต่งให้พระเอก-นางเอกมีเรื่องราวชีวิตที่เด่นชัดก็ยิ่งทำให้หนังมีมิติมากกว่าแค่เรื่องราวความรักของคนสองคนที่อยู่ต่างมิติเวลากัน

ในส่วนของภาพและดนตรีประกอบของเวอร์ชั่นนี้ก็โดดเด่นไม่ต่างจากเวอร์ชั่นเกาหลีเลย เมื่อเนื้อเรื่องถูกแต่งเติมให้เข้าใจง่ายขึ้นในแบบฉบับฮอลลีวูด ก็ทำให้เราดูได้แบบเพลินๆ ไม่ต้องคอยปะติดปะต่อเรื่องความต่างของเวลามากนัก การตัดต่อก็ทำได้ดีเพราะหนังแบบนี้มันงงได้ง่าย แต่เขาตัดต่อสลับไปมาได้สนุกทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อและไม่เรื่อยๆ เอื่อยๆ จนเกินไป

พระเอกนางเอกแสดงได้เข้าขากันดีมาก คงเพราะ Keanu และ Sandra มีเคมีที่ลงตัวแบบแค่คุยกันผ่านจดหมายไม่ได้เจอหน้ากันก็ทำให้ฟินได้แล้ว สมกับที่เป็นคู่ขวัญกันมาตั้งแต่เรื่อง Speed 

ปกติ Keanu ไม่ค่อยได้รับบทที่ได้แสดงอารมณ์มากนัก แต่เรื่องนี้มีฉากอารมณ์เข้ามาทำให้ได้เห็นฝีมือเขาว่าไม่น้อยไปกว่าใครเลย ส่วน Sandra ไม่ต้องห่วง เธอสวย สง่า น่ารัก จนอยากสิงร่างเธอเหลือเกิน 555+

ให้คะแนน 4.5/5

***สปอยขั้นสูงสุด***

ให้คะแนนเวอร์ชั่นรีเมคมากกว่าต้นฉบับนิดนึงเพราะหนังลงรายละเอียดตัวละครได้ลึกซึ้งกว่า ต้นฉบับค่อนข้างเน้นไปที่ความเหงาของคนสองคนโดยไม่มีรายละเอียดรอบตัวมากนัก เราจึงไม่รู้ถึงปมของความเหงาที่ทำให้คนคู่นี้ต้องชะตากันแค่เพียงรู้จักกันผ่านจดหมาย แต่ฉบับรีเมคเพิ่มเรื่องราวครอบครัวพระเอกและการทำงานของนางเอกเข้ามา ทำให้เข้าใจถึงรากลึกของความเหงาของคนทั้งคู่ได้ดีขึ้น

พระเอกคิดว่าพ่อไม่รักจึงเป็นคนขาดความรักและหมกตัวอยู่กับตัวเองไม่เปิดใจให้ใคร นางเอกเป็นหมอต้องพบเจอความตายอยู่ตลอดเวลาทำให้จิตใจหดหู่และยังหาไม่พบว่าใครหรืออะไรที่จะทำให้หัวใจเธอแช่มชื่นขึ้น เหมือนชีวิตของทั้งคู่รอคอยใครคนหนึ่งอยู่ ต่อเมื่อมารู้จักกันทั้งคู่ก็ค้นพบว่าปัญหาทุกอย่างที่เผชิญ มันรู้สึกเบาบางลงได้เมื่อรู้ว่ามีใครคนหนึ่งรอคอยที่จะรับรู้เรื่องราวชีวิตของตนเองอยู่

ประเด็นของฉบับรีเมคค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของการอดทนรอคอย ตอนต้นเรื่องมีคนถามนางเอกว่า เราควรจะรอจนกว่าจะมีผู้ชายดีๆ เข้ามาหรือเปล่านางเอกตอบว่า ถ้ามัวแต่รอ อาจจะต้องรอไปทั้งชีวิตดังนั้นเธอจึงคบหากับคนที่เธอรู้ดีว่าไม่ใช่คนที่เฝ้ารอ แต่แล้วเธอก็พบว่ามันไม่ได้ทำให้การรอคอยจบสิ้นลงแต่อย่างใด และเมื่อมาถึงจุดที่ฉบับรีเมคแต่งเพิ่มเข้ามา (ต้นฉบับไม่ได้เป็นแบบนี้) คือตอนที่นางเอกรู้ว่าถ้านัดพบกับพระเอกในตอนนั้น เขาจะเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต เธอจึงขอร้องให้เขาไม่มาพบและให้เขารอต่อไปอีกสองปี เพื่อที่ทั้งคู่จะได้พบกันโดยไม่ต้องเผชิญกับโศกนาฎกรรม เนื้อหาที่เพิ่มมานี้ทำให้ยิ่งซาบซึ้งถึงคำว่ารอคอย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่การรอคอยสิ้นสุดลง เราก็จะพบว่าที่รอมานั้นมันคุ้มค่าแค่ไหน


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.