รีวิวหนัง Les Miserables (2012)



ภาพยนตร์: Les Miserables
กำกับ: Tom Hooper
นักแสดงนำ: Hugh Jackman, Russell Crowe, Anne Hathaway, Amanda Seyfried, Eddie Redmayne

Les Miserables เป็นนิยายชื่อดังประพันธ์โดย Victor Hugo นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครเวทีหลายครั้งและครั้งนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Les Miserables หมายถึงคนในสังคมยุคนั้นที่ไม่ได้รับความยุติธรรม เนื้อหาของเรื่องค่อนข้างหนักและยาว รายละเอียดก็เยอะมาก ขอเล่าย่อๆ ละกันค่ะ มันคือเรื่องของ Jean Valjean (Hugh Jackman) ตอนวัยรุ่นเขาเคยขโมยขนมปังให้น้องสาวแล้วถูกจับได้จึงติดคุก เขาพยายามหนีทำให้ถูกลงโทษโดยติดคุกเพิ่ม ไปๆ มาๆ เขาเลยติดคุกไปกว่ายี่สิบปี

ต่อเมื่อพ้นโทษแต่สังคมก็ไม่ให้โอกาสเพราะเขายังติดทัณฑ์บนอยู่ เขาจึงหนีทัณฑ์บนแล้วไปสร้างเนื้อสร้างตัวที่เมืองแห่งหนึ่งโดยเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่หมด แต่ไม่นาน Javert (Russell Crowe) ตำรวจผู้เคร่งครัดกฎหมายก็ตามล่าจนเจอ Valjean จึงต้องหนีอีกครั้ง เขาหนีได้และมีโอกาสช่วยเหลือ Fantine (Anne Hathaway) หญิงยากจนแม่เลี้ยงเดี่ยว สังคมไม่ให้โอกาส Fantine เพราะเธอมีลูกนอกสมรส พ่อของเด็กก็ทิ้งไป เธอจึงมาเป็นโสเภณีเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกสาว Cosette (ตอนโตแสดงโดย Amanda Seyfried) เธอเป็นโรคร้ายและใกล้ตาย ด้วยความมีน้ำใจของ Valjean เขารับปากจะดูแล Cosette ให้ Fantine จึงตายอย่างสงบ

Valjean พา Cosette ไปตั้งตัวอีกเมืองหนึ่ง เลี้ยงดูอย่างดีจนโตเป็นสาว เธอพบรักกับ Marius (Eddie Redmayne) หนึ่งในแกนนำกลุ่มอาเบเซกลุ่มนักศึกษาผู้ต่อต้านการปกครองที่ไม่เป็นธรรมของพระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์ที่ 1 จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ระหว่างกลุ่มนี้กับทหารของรัฐบาล นี่ขนาดเล่าย่อๆ ยังยาวขนาดนี้

หนังเรื่องนี้เนื้อหาหนักแต่การนำมาทำเป็นหนังมิวสิคัลก็ช่วยสร้างสีสันให้ไม่น้อย (สำหรับคนชอบฟังเพลง) แต่การที่เล่าเรื่องด้วยการร้องทั้งหมด (เป็นความตั้งใจของผู้กำกับว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีบทพูดต้องสื่อสารกันด้วยการร้องเท่านั้น) ทำให้บางครั้งการเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครถูกจำกัดด้วยเนื้อร้องโดยเฉพาะถ้านักแสดงไม่ได้เด่นเรื่องการร้องอย่างเช่น Russell Crowe มันยิ่งยากทั้งๆ ที่ปกติแล้ว Russell แสดงเก่งแต่เรื่องนี้แค่พอเอาตัวรอดได้

การดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อช่วงต้นๆ แต่พอกลางเรื่องลงไปเมื่อมีเนื้อหาเกี่ยวกับการประท้วงรัฐบาลเข้ามาก็ทำให้สนุกขึ้น จนกระทั่งจบถึงได้รู้ว่าเรื่องนี้มุ่งประเด็นหลักไปที่ความไม่ยุติธรรมของสังคม การไม่ได้รับโอกาส และการต่อสู้ให้กับสิทธิของตนเอง

Les Miserables เป็นหนังดีที่ดูเพลินแต่ไม่ถึงกับสร้างความประทับใจมากนัก สำหรับเรารู้สึกว่ามันยังไปไม่สุด คือถ้าจะเล่าเรื่องด้วยเพลงนักแสดงต้องสื่อสารด้วยการร้องได้ถึงจริงๆ ซึ่งมีแค่ Anne Hathaway และ Samantha Barks (รับบทสมทบ) เท่านั้นที่ทำได้ สมควรแล้วที่ Anne ได้ออสการ์สาขาสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้ เพราะแสดงได้โดดเด่นและน่าจดจำที่สุดในเรื่องแล้ว

จริงๆ เรื่องนี้มีประเด็นดีๆ ให้พูดถึงหลายจุดเช่น การช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่สนใจว่าเขาคือคนที่สังคมรังเกียจของ Valjean การต่อสู้กันในใจระหว่างกฎหมายและมนุษยธรรมของ Javert และการที่เห็นผู้คนซึ่งไม่ได้รับความยุติธรรมแต่เมื่อถึงเวลาให้ลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองกลับไม่มีความกล้า แต่ทั้งหมดนี้ถูกจำกัดด้วยเวลาของหนังเพียงสองชั่วโมงทำให้ไม่สามารถลงลึกไปในประเด็นไหนได้สักประเด็นเดียว

แต่ก็ต้องยกนิ้วให้ผู้กำกับและทีมงานที่สร้างหนังที่สร้างยากแบบนี้มาให้ได้ดู และสมควรอย่างยิ่งสำหรับรางวัลออสการ์สาขาแต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม เพราะแต่งให้ตัวละครทุกตัวดูกึ่งชีวิตจริงกึ่งมิวซิคัลดี


ให้คะแนน 2.5/5

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.