รีวิวหนัง Inside Out (2015)



ภาพยนตร์: Inside Out
กำกับ: Pete Docter, Ronnie Del Carmen
นักแสดงนำ: (Voices) Amy Poehler, Bill Hader, Lewis Black

เคยสงสัยไหมว่าการกระทำที่แต่ละคนแสดงออกในเบื้องหน้า เบื้องหลังเขาคิดอะไรอยู่ หนังอนิเมชั่นเรื่อง Inside Out พาเราไปสู่เบื้องหลังของการกระทำเหล่านั้นว่าการที่คนเราแสดงออกแบบนี้แบบนั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร หนังเรื่องนี้เป็นอนิเมชั่นที่ผสมผสานจินตนาการในวัยเด็กเข้ากับความคิดแบบผู้ใหญ่ได้อย่างลงตัว สมควรแล้วที่ได้รางวัลออสการ์สาขา Best Animation

Riley เด็กหญิงวัย 11 ขวบ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่ต้องปรับตัวจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่น แต่รวมถึงครอบครัวของเธอด้วยที่ต้องปรับตัวเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ เนื่องจากพวกเขาได้ย้ายบ้านมาอยู่ต่างเมือง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บรรดาอารมณ์ทั้งหลายที่อยู่ในหัวของ Riley ซึ่งประกอบไปด้วย เบิกบาน โศกเศร้า โกรธเกรี้ยว ตื่นกลัว และ ขยะแขยง ต้องทำงานหนัก อารมณ์ทั้ง 5 คือตัวขับเคลื่อนความรู้สึกนึกคิดของ Riley

เมื่อเจาะเข้าไปในหัวของเธอ เราก็พบว่า เบิกบาน (Joy) คือตัวหลักที่ควบคุมไรลี่ย์ไว้โดยยึดหลักการว่า Riley ต้องเป็นเด็กที่มีความสดใสเบิกบาน แต่มันเป็นไปได้หรือที่คนเราจะมีแต่ความเบิกบานอยู่ตลอดเวลา แล้วความรู้สึกอื่นๆ เช่น โกรธเกรี้ยว ตื่นกลัว ขยะแขยง หรือแม้แต่โศกเศร้าล่ะ มันเป็นความรู้สึกที่ผิดและไม่มีประโยชน์เลยกระนั้นหรือ?

ข้อคิดที่หนังเรื่องนี้ให้มันตีแสกหน้าเราอย่างจัง เพราะเราคิดเสมอว่าคนเราต้องแช่มชื่นเบิกบาน เราจะผ่านปัญหาและความทุกข์ยากไปได้ด้วยความสดใสและการมองโลกในแง่ดี โดยมองไม่เห็นถึงประโยชน์ของความรู้สึกอื่นๆ ซึ่งแท้จริงแล้วมนุษย์เดินดินธรรมดาไม่มีใครเลยที่จะมีแค่อารมณ์เบิกบานเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้ที่จะเข้าใจและมองเห็นผลดีผลเสียของทุกๆ อารมณ์ในตัวเอง

เช่นการที่เราเบิกบานมากไปก็ไม่สามารถทำให้เราผ่านทุกปัญหาไปได้ และความเศร้าโศกบางครั้งก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ทุกอารมณ์มีข้อดีข้อเสียในตัวมันเองถ้าเราเรียนรู้ที่จะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดหรือรู้เท่าทันอารมณ์ เราจะรู้ว่าทุกอารมณ์มีประโยชน์ถ้าเรารู้จักใช้มันให้ถูกที่ถูกทาง

Inside Out คือหนังอนิเมชั่นที่เนื้อหาเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก แต่เด็กก็ดูได้แบบสนุกๆ เพราะมีมุกตลกแฝงอยู่เยอะ เสียงพากษ์ของตัวละครทำได้ดีเยี่ยมและมีสีสัน มันคือหนังที่ต้องใช้ทั้งตรรกะและจินตนาการในการดู และข้อคิดที่ให้มันก็แหวกแนวดีจริงๆ เจ๋งมากๆ ชอบ


ให้คะแนน 5/5

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.