รีวิวทริปกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน @ บ้านริมแควแพริมน้ำ (2547)


ทริป: กาญจนบุรี
ที่พัก: บ้านริมแควแพริมน้ำ
ช่วงที่ไป: พฤษภาคม 2547

ค้นกรุสมบัติในห้องแล้วไปเจอรูปสมัย 10 กว่าปีที่แล้วตอนไปเที่ยวกาญจนบุรีกับเพื่อนๆ ที่โตมาด้วยกัน ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

เมืองกาญจน์เป็นเมืองที่เราประทับใจ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ไปมาทั้งหมด 3 ครั้ง ก็ให้ความรู้สึกชอบในแบบที่่แตกต่างกันทุกครั้ง

  • ครั้งที่ 1 ไปพักผ่อนแบบพักผ่อนจริงๆ พักบ้านพักริมแม่น้ำ อากาศสดชื่น ไปนอนอ่านหนังสือกับเพื่อนอีก 2 คน รีแล็กซ์มากๆ
  • ครั้งที่ 2 ไปกับแก็งเพื่อนม.ปลายเกือบ 10 คน ครั้งนี้ออกแนวสมบุกสมบัน ล่องแพ นอนในแพ เหนื่อยแต่สนุก
  • ครั้งที่ 3 ไปนอนเต้นติดแอร์ของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง พอดีรุ่นพี่ป.โทเขาจัดรับน้องที่นั่น ครั้งนั้นได้ไปเดินป่าที่พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดด้วย ก็สนุกไปอีกแบบ


ที่จะเล่าคือทริปที่ 2 ของการไปเที่ยวเมืองนี้ซึ่งไปเมื่อ พ.. ปี 2547 (จ๊ากกก 10 กว่าปีแล้ว) มันเป็นประสบการณ์ที่สนุกจนลืมไม่ลง เราประทับใจสุดๆ ถึงขนาดเอาไปเขียนเป็นฉากหลังในนิยายเรื่อง ขอแค่ได้รัก เลยล่ะค่ะ

ตอนนั้นไปพักที่บ้านริมแควแพริมน้ำ ไปถึงพนักงานของรีสอร์ทก็ให้เปลี่ยนชุดเพื่อล่องแพ ใส่เสื้อชูชีพกันเรียบร้อยก็ลงนั่งแพกันเลย ไม่มีใครฟังการอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น นั่งแล้วก็คุยกันโขมงโฉงเฉง มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ลงแพไปด้วยรวมๆ แล้วก็ 40-50 คนได้

ขอบคุณรูปจาก http://www.banrimkwae.com/

พอนั่งกันเรียบร้อยแล้ว แพไม้ไผ่ที่ผูกติดกันหลายๆ ลำก็โดนลากทวนกระแสน้ำในลำน้ำแควน้อยด้วยเรือยนต์ เราและเพื่อนๆ ก็ชี้ชวนกันดูวิวทิวทัศน์รอบข้าง ป่าเขาลำเนาไพรสวยงามมาก ดูแล้วสบายตาสบายใจเหลือเกิน เรือลากแพไปได้สัก 3 กิโลก็หยุด จากนั้นคนจากรีสอร์ทก็บอกว่า
“เอาล่ะ ทุกคนครับ ลงได้แล้วครับ”
“ห๊ะ ลง คืออะไร?” เราและเพื่อนๆ งง เพราะไม่ได้ฟังเขาพูดตอนต้น
“ลงแล้วลอยคอกลับกันเองนะครับทุกคนนนนนนน”
ว่าแล้วคน 40 กว่าคนบนแพก็ทยอยลงกัน เพื่อนๆ ผู้ชายที่ไปด้วยกันก็ลงด้วย และกวักมือเรียกเราและเพื่อนผู้หญิงที่ทำหน้าเลิกลั๊กๆ กันอยู่ให้ลงตาม
“เอ้า ลงก็ลง”



จากนั้นมหกรรมการผจญภัยก็เกิดขึ้น ก็แหม เห็นน้ำไหลไปเรื่อยๆ แบบนั้น ไหลแรงทีเดียว มันไม่ใช่ง่ายๆ นะที่ต้องลอยคอแล้วทรงตัวให้ไปตามกระแสน้ำ แถมคนจากรีสอร์ทยังบอกอีกว่า
“ระวังอันตรายกันด้วยนะครับ ทรงตัวให้ดีอย่าให้กระแสน้ำพาเข้าไปใกล้แพบ้านพักริมน้ำ เดี๋ยวมันจะดูดเราไปอยู่ใต้แพ”
เอ่อ คือขณะที่เขาพูดน่ะ เราเข้าไปใกล้เรียบร้อยล๊ะ! ดีนะเพื่อนมาดึงไว้ทัน
“ระวังนะครับ อย่าให้น้ำมันพัดพาไปใกล้ฝั่ง เดี๋ยวจะโดนกิ่งไม้ขูดร่างกาย”
ไม่ทันล๊ะ โดนขูดไปแล้วเรียบร้อย ขอบคุณนะที่บอก!
จะยังไงก็แล้วแต่ ก็ต้องพยายามทรงตัวให้ลอยตรงๆ เพราะถ้าเขวไปซ้ายก็เจอแพบ้านพัก เขวไปขวาก็เจอกิ่งไม้ข่วนอีก นี่ถ้าไม่ได้เพื่อนๆ ค่อยช่วยกันดึงช่วยกันดันเราคงไปไม่ถึงฝั่ง หรือถ้าถึงก็คงต้องให้คนทางรีสอร์ทส่งแพมารับกลับแน่ๆ 555+

พอถึงฝั่งก็นั่งหอบแฮกๆ กันยกใหญ่ เพื่อนผู้หญิงนี่แทบสลบ ส่วนเพื่อนผู้ชายบอกถ้าแค่เอาตัวเองรอดก็ไม่เหนื่อยขนาดนี้ นี่ต้องไปช่วยลากพวกมัน (มันหมายถึงเราและเพื่อนผู้หญิงอีก 2 คน) เลยเหนื่อยหนักกว่าที่ควร หน็อย ถ้าไม่มาช่วยแล้วฉันโดนดูดไปตายอยู่ใต้แพบ้านพักละก็ ฉันจะมาหลอกพวกแกก่อนเลย (อันนี้คิดในใจ ^^)

ขอบคุณรูปจาก http://www.banrimkwae.com/

พอได้พักผ่อนอาบน้ำอาบท่ากันจนหายเหนื่อยแล้ว ตกค่ำก็ไปกินอาหารที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ สถานที่สำหรับอาหารค่ำคือบริเวณดาดฟ้าที่เปิดเป็นที่โล่งกว้างเพราะเมื่อกินเสร็จแล้วเราจะได้ดูการแสดง แสง สี เสียง กัน ทางรีสอร์ทจัดการแสดงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่ญี่ปุ่นมาสร้างทางรถไฟสายมรณะที่อยู่บนภูเขาเบื้องหน้าบ้านริมแควแพริมน้ำนั่นเอง

ขอบคุณรูปจาก http://www.banrimkwae.com/

เราเป็นคนชอบประวัติศาสตร์อยู่แล้วจึงไม่แปลกใจที่เราตื่นเต้นกับการแสดงนี้มาก แต่เพื่อนๆ ที่เห็นว่าคลาสประวัติศาสตร์ช่างน่าเบื่อพอมาเจอการแสดงนี้เข้าก็เปลี่ยนความคิดเลย แสง สี ที่สาดจากรีสอร์ทไปที่ภูเขาซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุจริงทำให้พวกเราทึ่ง และเสียงที่บรรยายถึงความทรมานที่ทหารเชลยได้รับระหว่างการสร้างทางรถไฟนี้ก็ทำให้พวกเราขนลุก แถมยังปิดท้ายด้วยพลุไฟอันตระการตา เป็นการจบวันมาเที่ยวได้อย่างสวยงาม

นี่แหละทริปที่เราประทับใจเพราะนอกจากจะได้ความสนุกกับกิจกรรมล่องแพ เรายังได้เห็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเพื่อนๆ เพื่อจะพากันกลับฝั่งให้ได้ และการแสดงประวัติศาสตร์ของทางรีสอร์ทก็เป็นเรื่องราวที่น่าจดจำ

ต้องบอกว่าทริปนี้เหมาะมากสำหรับการไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มหรือการจัดกิจกรรมกระชับมิตร เพราะจะได้ทั้งความสนุกและความประทับใจกลับไป และเนื่องจากเรารีวิวทริปนี้โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางรีสอร์ทบ้านริมแควแพริมน้ำแต่อย่างใด ดังนั้นใครสนใจอยากไปเที่ยวทริปแบบนี้ ติดต่อที่รีสอร์ทโดยตรงเองเลยจ้า

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.