รีวิวละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง (2541)


ละคร: ธรณีนี่นี้ใครครอง
กำกับ: ยิ่งยศ ปัญญา
นักแสดงนำ: แอนดริว เกร็กสัน ปิยธิดา วรมุสิก จุรี โอศิริ
บทประพันธ์: กาญจนา นาคนันทน์
บทโทรทัศน์: วราการ
ผลิตโดย: โนพลอบเล็ม
ออกอากาศ: ช่อง 3

ธรณีนี่นี้ใครครองถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี 2541 มันเป็นละครฟอร์มเล็กแต่ความโด่งดังไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากการแสดงอันน่ารักของพระนางและการเข้าขากันดีของนักแสดงสมทบทุกคนประกอบกับวิวทิวทัศน์ในสวนคุณย่าที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ละครเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง และเมื่อละครปิดฉากลงมันก็กลายเป็นละครในดวงใจของใครหลายๆ คนรวมถึงเราด้วย

อาทิจ (แอนดริว เกร็กสัน) เรียนจบอนุปริญญาด้านการเกษตร แต่เนื่องจากมีน้องๆ หลายคนเขาจึงไม่เรียนต่อเพื่อน้องๆ จะได้มีโอกาสเรียนบ้าง เขาใฝ่ฝันจะมีที่ดินเล็กๆ ของตัวเองสักแปลงเพื่อทำการเกษตรเป็นการเลี้ยงชีพ ประวิทย์ (อภิชาติ หาลำเจียก) พ่อของเขาจึงส่งเขาไปหาคุณย่าแดง (จุรี โอศิริ) ผู้เป็นเจ้าของสวนอันกว้างใหญ่ แต่หาลูกหลานมาสืบสานงานในสวนต่อไม่ได้

วันแรกที่อาทิจเดินทางมาถึงสวนคุณย่า เขาก็ต้องปวดหัวเมื่อเจอตัวป่วนอย่างดรุณี (ปิยธิดา วรมุสิก) เธอเป็นเด็กกำพร้าที่คุณย่าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ด้วยวัยเพียง 15 ปี ทำให้เธอยังมีความคิดแบบเด็กๆ ว่าถ้าหลานแท้ๆ อย่างอาทิจมาอยู่ด้วยเขาก็จะมาแย่งความรักจากคุณย่าไป เธอจึงหาเรื่องแกล้งเขาไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งทีแรกเขาก็รำคาญแต่พอนานว้นเข้าก็ดูเหมือนว่าเขาจะสนุกที่มีเธอมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เพราะถึงอย่างไรเธอก็แกล้งเขาไม่ค่อยจะสำเร็จอยู่ดี

วันหนึ่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาทิจเกิดพลาดทำให้สวนกล้วยที่เขาตั้งใจบุกเบิกเสียหายหมด เขาเสียใจหนักจนไปดื่มเหล้าเมามายและเสียท่าให้กับทองประศรี (กนกวรรณ บุรานนท์) โดยเธอกล่าวหาว่าโดนเขาข่มขืน จากนั้นไม่นานเธอก็ตั้งท้อง เขาจำต้องรับผิดชอบทั้งๆ ที่มั่นใจว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกเขา

เหตุการณ์นี้ทำให้เขาตรอมใจจนล้มป่วย คุณย่าจึงสั่งให้ดรุณีไปดูแลเพราะเธอเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่อง เนื่องจากเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาปลูกกล้วยผิดวิธีแต่ไม่ยอมเตือน เธอเองก็รู้สึกผิดจึงทำตามคำสั่งคุณย่าแต่เธอก็ดูแลเขาดีบ้างแกล้งบ้างตามประสา ซึ่งการได้ต่อกรกับเธอทำให้เขาลืมความทุกข์จากเรื่องที่เกิดขึ้นไปได้

ในเวลาต่อมาหลังจากที่ดรุณีไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพได้ไม่นานคุณย่าก็เสียชีวิต ทำให้เธอต้องมาอยู่ในความดูแลของอาทิจ ด้วยความที่เธอโตขึ้นและเห็นว่าเขาสามารถดูแลสวนของคุณย่าได้อย่างดี เธอจึงยอมรับนับถือเขาอย่างเต็มใจ เธอปลื้มเขาจนจัดการเป็นแม่สื่อให้เขากับตุลยานี (พาเมล่า เบาว์เด้น) เพื่อนสนิทของเธอ ต่อเมื่อทั้งคู่คบหากันจริงๆ เธอกลับรู้สึกแสลงใจอย่างบอกไม่ถูก ทางด้านอาทิจเมื่อถูกเวทางค์ (จาตุรงค์ โกลิมาศ) ลูกพี่ลูกน้องของเขาขอให้ช่วยเปิดทางให้ตนเองกับดรุณี เขาก็ทำตามคำขอแบบเสียไม่ได้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับดรุณีห่างกันออกไปเรื่อยๆ

แต่เมื่อตุลยานีรู้ว่าอาทิจมีลูกแล้วกับทองประศรีเธอก็รับไม่ได้แล้วหันไปคบหากับเวทางค์ผู้ซึ่งทำอย่างไรก็ไม่สามารถเอาชนะใจดรุณีได้แทน หลังตุลยานีไปไม่นานอาทิจก็โดนงูกัด ดรุณีดูแลเขาอย่างดี แล้วทั้งคู่ก็เริ่มรู้ใจตัวเองว่าความรักที่มีให้แก่กันได้ก่อตัวขึ้นในหัวใจของพวกเขานานแล้ว พวกเขาสารภาพรักต่อกันแล้วทำสัญญาว่าจะช่วยกันสานต่อสวนของคุณย่าที่พวกเขารักให้ดำรงอยู่ตลอดไป


แอนดริว เกร็กสัน รับบทที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่เกินตัวเพราะอาทิจต้องดูแลรับผิดชอบสวนอันกว้างใหญ่ไพศาลของคุณย่าตั้งแต่อายุยังน้อย แอนดริวแสดงให้เห็นว่าหน้าตาลูกครึ่งของเขาไม่ได้เป็นอุปสรรคในการรับบทชาวไร่หัวใจสมถะแต่อย่างใดเลย


ปิยธิดา วรมุสิก รับบทที่มีมิติเพราะต้องเล่นเป็นเด็กเฮี้ยวๆ ซนๆ ตอนต้นเรื่อง พอกลางเรื่องก็เรียบร้อยขึ้น และตอนจบก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ ซึ่ง ป๊อก ปิยธิดา ทำได้ดีในทุกๆ ช่วงอายุของตัวละคร ต้นเรื่องเราจะฮากับความก๋ากั่นของเธอมาก แต่เมื่อบทเธอโตขึ้นเธอก็สามารถสลัดคราบเด็กกะโปโลออกไปได้อย่างแนบเนียน


ป้าจุ๊ จุรี โอศิริ เหมาะสมมากกับบทคุณย่า เพราะบทนี้ตัองมีทั้งอำนาจและความเมตตาในคนๆ เดียวกัน ป้าจุ๊แสดงเป็นคุณย่าที่ใจดีแต่ก็ดุ ใจเย็นแต่ก็เด็ดขาด และความแกร่งของคุณย่าก็ฉายมาในแววตาของป้าจุ๊ได้ตลอดทั้งเรื่อง ถือเป็นหนึ่งตัวละครหลักที่ทำให้ละครเรื่องนี้เป็นที่รักของเรา เพราะไม่ใช่แค่พระนางแต่เราก็ทั้งรักทั้งเคารพคุณย่าอย่างกับว่าคุณย่าแดงมีตัวตนอยู่จริงๆ

นักแสดงสมทบคนอื่นๆ สร้างสีสันให้ละครสนุกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้าแก้ว (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ตัวช่วยให้ความรักของพระนางลงเอยด้วยดี แก๊งคนงานที่สร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา หรือแม้แต่ตัวร้ายอย่างทองประศรีที่แม้จะร้ายแต่ก็ตลก ทำให้เรารักตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ได้ไม่ยาก


จุดเด่นของละครที่เราประทับใจคือเคมีที่ลงตัวระหว่าง 3 นักแสดงหลัก แอนดริว ป๊อก และป้าจุ๊ ที่เมื่อทั้ง 3 อยู่ด้วยกันมันทำให้เรารู้สึกถึงความรักความเอื้ออาทรที่พวกเขามีให้แก่กันโดยไม่ต้องพูดอะไรกันมาก ดังนั้นเมื่อคุณย่าเสียชีวิตจึงไม่ใช่เพียงแต่อาทิจและดรุณีเท่านั้นที่เสียใจ เราเองก็เสียน้ำตาให้คุณย่าไปเป็นปี๊บๆ เช่นกัน นั่นเป็นเพราะความผูกพันที่เรามีต่อตัวละครทั้ง 3 นั่นเอง ต้องยกความดีให้กับนักแสดงทั้ง 3 รวมถึงผู้กำกับ คุณยุ่น ยิ่งยศ ที่ทำให้ทุกฉากทุกตอนในเรื่องนี้มีความสมจริงจนเราอิน


สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือโลเคชั่นของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสวนอันกว้างใหญ่ของคุณย่า บ้านของคุณย่า เรือนหลังเล็กของอาทิจ น้ำตกที่ดรุณีชอบไปเล่นน้ำ และ ฯลฯ ช่างเป็นฉากหลังที่ดูแล้วสบายตาสบายใจ รู้สึกได้เลยว่าผู้จัด คุณแหม่ม ธิติมา พิถีพิถันในการหาสถานที่ถ่ายทำเป็นอย่างมาก

บทโทรทัศน์ทำได้กลมกล่อมเพราะแม้จะเป็นละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้ แต่ก็ไม่ทิ้งแก่นของเรื่องๆ การสืบทอดการดูแลผืนแผ่นดิน และการกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทำให้ละครเรื่องนี้เป็นละครน้ำดีที่ทรงคุณค่า และแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เมื่อหยิบเรื่องนี้มาดูอีกครั้ง ทั้งเนื้อหา การแสดง และฉากหลัง มันไม่เคยล้าสมัยเลย เป็นละครร่วมสมัยที่ดูเมื่อไหร่ก็สุขใจเมื่อนั้นจริงๆ


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.