รีวิวละคร ทอฝันกับมาวิน (2539)


ละคร: ทอฝันกับมาวิน
กำกับ: ถกลเกียรติ วีรวรรณ
นักแสดงนำ: เกริกพล มัสยวานิช พิยดา อัครเศรณี นพพล โกมารชุน
เค้าโครงเรื่อง: ถกลเกียรติ วีรวรรณ
บทโทรทัศน์: จิระวิทย์ สมบัติศิริ (เอกลิขิต)
ผลิตโดย: เอ็กแซ็กท์
ออกอากาศ: ช่อง 5

มาวิน (เกริกพล มัสยวานิช) เป็นลูกชายคนเดียวของ ชนะ (นพพล โกมารชุน) นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แม่ของมาวินเสียไปตั้งแต่เขายังเด็กโดยที่พ่อของเขาไม่ได้แต่งงานใหม่ ชนะฟูมฟักมาวินให้เติบโตมาแบบที่เขาต้องการ คือให้เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแบบเขา ซึ่งมาวินก็ทำทุกอย่างได้ดั่งใจพ่อ

กระทั่งมาวินเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและได้เจอกับทอฝัน (พิยดา อัครเศรณี) ผู้หญิงที่เขาชอบตั้งแต่แรกพบ เธอกำลังออดิชั่นเพื่อแสดงละครเวทีของมหาวิทยาลัยอยู่ มาวินอยากสานสัมพันธ์กับเธอจึงสมัครเข้าประกวดแต่งเพลงละครเวทีเรื่องนี้ด้วย ต่อเมื่อได้ลองแต่งเพลงมาวินจึงค้นพบว่านี่ต่างหากคือสิ่งที่เขาทำแล้วมีความสุข ไม่ใช่การเรียนบริหารตามที่พ่อเขาต้องการ

มาวินทุ่มเทเวลาให้กับการแต่งเพลงแถมเขายังได้แสดงเป็นพระเอกละครเวทีคู่กับทอฝันด้วย ทีแรกทอฝันไม่ชอบมาวินนักเพราะเห็นเขาเป็นพวกคุณหนูที่ชอบมาตามจีบเธอตามประสาคนรวยที่ไม่มีอะไรทำ แต่พอได้รู้จักเขามากขึ้นเธอก็รู้สึกดีกับเขา และเอาใจช่วยให้เขาแต่งเพลงและแสดงละครเวทีกับเธอได้สำเร็จ

มาวินมีความสุขที่ได้ทำสิ่งที่รักและได้ใกล้ชิดกับทอฝัน แต่ความสุขก็อยู่กับเขาไม่นานเมื่อพ่อเขารู้ว่าที่การเรียนเขาตกต่ำลงก็เพราะมัวแต่เอาเวลาไปแต่งเพลงและซ้อมละครเวทีแทนที่จะท่องหนังสือ พ่อเขาสั่งห้ามไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับละครเวทีอีกเด็ดขาดและห้ามข้องแวะกับทอฝันด้วย มาวินรับไม่ได้จึงทะเลาะกับพ่อใหญ่โต

มาวินและพ่อยังปรับความเข้าใจกันไม่ได้ก็มาเกิดเรื่องอีกเมื่อมาวินมีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัด เมื่อชีวิตลูกชายแขวนอยู่บนเส้นด้ายทำให้ชนะคิดได้ว่าชีวิตมันสั้นนัก ขอแค่ให้ลูกมีชีวิตอยู่และอยู่อย่างมีความสุขโดยได้ทำสิ่งที่รักแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว เขาจึงไม่ขัดขวางความสุขของลูกอีกต่อไป


เกริกพล มัสยวานิช รับบทมาวิน ชายหนุ่มที่เพิ่งค้นพบตัวเองเมื่อได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำมาก่อน ฟลุ๊ค เกริกพล เข้าถึงบทมาวินได้น่าเชื่อสุดๆ เขาดูเป็นลูกคุณหนูจริงๆ และเมื่อเขาได้ลองทำสิ่งที่รักเขาก็ดูว่ารักมันจริงๆ ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาสามารถเข้าฉากปะทะอารมณ์กับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อาตู่ นพพล ได้อย่างเป็นมืออาชีพไม่เหมือนมือใหม่เลยสักนิดทั้งๆ ที่เป็นการแสดงเรื่องที่สองของเขาเท่านั้น


พิยดา อัครเศรณี รับบททอฝัน บทนี้จริงๆ ไม่ได้ยากอะไรนักแต่เนื่องจากเป็นการแสดงละครเรื่องแรกของ อ้อม พิยดา ทำให้เห็นว่าเธอมีฝีมือจริงๆ เรื่องแรกก็เล่นได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด และเธอก็ทำให้ตัวละครทอฝันมีเสน่ห์มากๆ


นพพล โกมารชุน คนนี้รับบทหนักเลยทีเดียวเพราะแสดงเป็นชนะ คุณพ่อผู้เคร่งเครียดของมาวิน มีฉากที่ อาตู่ นพพล ต้องแสดงอารมณ์อยู่หลายฉาก โดยเฉพาะฉากที่โกรธจัดตอนรู้ว่ามาวินไปแสดงละครเวที อาตู่อินเนอร์แรงมาก เราดูแล้วยังรู้สึกถึงความโกรธที่ทะลุผ่านจอทีวีออกมาเลย

ทอฝันกับมาวินเป็นละครที่ดังมากในหมู่วัยรุ่นตอนที่ฉายเมื่อปี 2539 ยิ่งไปกว่านั้นเพลงละครเรื่องนี้ก็ดังทุกเพลงด้วย โดย ฟลุ๊ค เกริกพล เป็นคนร้องไม่ว่าจะเพลงรักเธอเหลือเกิน หรือเพลงของเธอ (ลา..ลา) ที่ช่วงนั้นไปไหนก็ต้องได้ยินคนเปิดเพลงเหล่านี้

ละครเรื่องนี้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นละครสำหรับวัยรุ่น แต่จริงๆ แล้วแง่คิดที่ละครนำเสนอมันเหมาะมากกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เพราะละครต้องการสื่อว่าพ่อแม่ควรให้อิสระแก่ลูกให้ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาอยากทำ ให้ได้เป็นในสิ่งที่พวกเขาอยากเป็น พ่อแม่ควรเป็นผู้เลี้ยงดูและชี้แนะให้ลูกๆ ไปสู่ทางที่ถูกที่ควร ไม่ใช้ไปบงการชีวิตลูกให้เป็นในแบบที่พ่อแม่ต้องการ ซึ่งข้อคิดนี้มันไม่เคยเก่าเลยจริงๆ ยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร มันก็มักจะมีพ่อแม่ที่พยายามจะบงการชีวิตลูกให้เป็นอย่างที่พวกเขาอยากให้เป็นอยู่เสมอ!


ทอฝันกับมาวินคือละครน้ำดีที่สนุกตลอดทั้งเรื่อง เนื้อเรื่องช่วงต้นดึงดูดให้วัยรุ่นติดตามเพราะเป็นเรื่องในรั้วมหาวิทยาลัย แต่พอเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะเห็นถึงชีวิตครอบครัวของพระเอกนางเอกที่ต่างกันสิ้นเชิง การเลี้ยงดูลูกของพ่อพระเอกและพ่อแม่นางเอกทำให้เด็กเติบโตมามีความสุขต่างกัน แม้มาวินจะรวยมากแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขามีความสุขเท่ากับการได้ทำสิ่งที่รัก ขณะเดียวกันแม้ทอฝันจะฐานะปานกลางแต่ก็มีความสุขกับความรักความอบอุ่นและอิสระที่พ่อแม่มอบให้ ดังนั้นความรักความเข้าใจในครอบครัวต่างหากที่นำพาความสุขมาให้ ไม่ใช่เงินทอง และเพราะละครเรื่องนี้ทั้งสนุกทั้งมีคติสอนใจจึงเป็นละครในดวงใจเรามาจนถึงทุกวันนี้


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.