รีวิวละครเวที คู่กรรม เดอะมิวสิคัล (2546)


ละครเวที: คู่กรรม เดอะมิวสิคัล
กำกับ: สุวรรณดี จักราวรวุธ
นักแสดงนำ: ธีรนัยน์ ณ หนองคาย เซกิ โอเซกิ วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รัดเกล้า อามระดิษ

สัญญา สงคราม ความรัก และความตาย คู่กรรมคืออมตะนิยายที่ถูกนำมาสร้างใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเรื่องราวความรักของคน 2 เชื้อชาติที่เกิดขึ้นท่ามกลางความร้อนระอุแห่งไฟสงครามกับโศกนาฎกรรมที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้

อังศุมาลิน (ธีรนัยน์ ณ หนองคาย) เป็นลูกสาวของหลวงชราสินธุราช (ธานี พูนสุวรรณ) และแม่อร (รัดเกล้า อามระดิษ) เมื่อพ่อและแม่ของเธอแยกทางกัน เธอจึงเติบโตมากับแม่และยาย เธอมีเพื่อนสนิทชื่อ วนัส (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) เขาแอบรักเธอมานาน ต่อเมื่อจะต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ เขาจึงมาขอให้เธอสัญญาว่าจะรอเขากลับมา

หลังจากวนัสไปได้ไม่นานประเทศไทยก็เข้าสู่ภาวะสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อญี่ปุ่นต้องการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการทำสงคราม สิ่งนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับคนไทยบางส่วนรวมถึงอังศุมาลินด้วย เธอจึงต่อต้านและทำตัวเป็นศัตรูกับโกโบริ (เซกิ โอเซกิ) นายทหารช่างใหญ่ซึ่งถูกส่งมาประจำการอยู่ไม่ไกลบ้านเธอตั้งแต่แรกพบ ตรงกันข้ามกับโกโบริที่ดูเหมือนจะหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบซะงั้น

มีเหตุการณ์ที่ทำให้อังศุมาลินและโกโบริจำเป็นต้องแต่งงานกัน การใช้ชีวิตคู่ร่วมกันค่อยๆ ทลายกำแพงที่อังศุมาลินสร้างไว้ลงเรื่อยๆ กระทั่งเธอก็หลงรักโกโบริจนหมดหัวใจ แต่ติดตรงคำสัญญาที่เธอเคยให้ไว้กับวนัสว่าจะรอทำให้เธอแสดงความรักออกมาไม่ได้ ต่อเมื่อวนัสกลับมาเจออังศุมาลินอีกครั้งและคืนคำสัญญาที่เคยขอไว้ ทำให้เธอเป็นอิสระ เธอตั้งใจจะไปบอกรักโกโบริ แต่มันจะสายไปแล้วไหม

ขอบคุณรูปจาก http://dreamboxthailand.blogspot.com/2006/10/kukum-musical.html

ละครเวทีเรื่องนี้ใช้การร้องเพลงในการสื่อสารทั้งเรื่อง คือไม่มีประโยคพูดโดยไร้ทำนองแม้แต่ประโยคเดียว ทุกคนต้องสนทนากันโดยการร้องทั้งสิ้น ถือว่าแปลกใหม่สำหรับเรามาก และเราก็เพลิดเพลินมากกับการฟังตัวละครคุยกันเป็นเพลง


สุดทางช้างเผือกวิญญาณฉันจะไปหา นานเพียงไหนสัญญาฉันรักคุณ นานเพียงไหนสัญญาผมรักคุณ - อังศุมาลินและโกโบริ (เพลงบทเพลงสุดท้าย)

เกือบทุกเพลงที่ถูกแต่งมาใช้กับเรื่องนี้ใช้ทำนองคล้ายๆ กัน เพียงแต่เปลี่ยนเนื้อเพลงให้เหมาะกับแต่ละฉากแต่ละซีน ทำให้ทำนองเพลงติดหูตลอด 3 ชั่วโมงที่นั่งดู และยังติดหูกลับมาบ้านอีกด้วย เป็นทำนองที่ไพเราะและลื่นหูดีมากๆ ขอปรบมือให้ทีมผู้ประพันธ์คำร้องและทำนองซึ่งประกอบไปด้วย ไกวัล กุลวัฒโนทัย พลรักษ์ โอชกะ สุธี แสงเสรีชน และ ดารกา วงศ์ศิริ

ทางด้านการแสดงต้องยกนิ้วให้กับนางเอกน้ำมนต์ที่ใช้น้ำเสียงกังวาลของเธอถ่ายทอดทุกอารมณ์และความรู้สึกของอังศุมาลินออกมาให้เราสัมผัสได้ บทอังศุมาลินค่อนข้างมีมิติและซับซ้อนเพราะหัวใจและสมองของเธอมันเดินสวนทางกัน หัวใจบอกว่ารักโกโบริแต่สมองกลับบอกว่าเกลียด ซึ่งน้ำมนต์สื่อสารออกมาได้ดีมากๆ

คู่กรรมถูกนำมาสร้างหลายครั้งแล้วทั้งในเวอร์ชั่นภาพยนตร์และละคร แต่เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอชั่นเดียวที่ให้คนญี่ปุ่นแท้ๆ อย่างเซกิมารับบทพระเอก เซกิทำได้ดีทีเดียวทางด้านการสื่ออารมณ์ แต่เราก็ต้องสะดุดหูในหลายๆ ครั้งที่เขาเปล่งเสียงร้องเป็นภาษาไทยเพราะมันฟังไม่ชัดเอาซะเลย โชคดีที่เรารู้เรื่องอยู่แล้วจึงพอเดาได้ว่าเขาเปล่งเสียงออกมาว่าอะไร

น๊อต วรฤทธิ์ ก็แสดงได้ดีในบทวนัส แต่การร้องเพลงยังไม่ดีเท่าไหร่ ต่างจากพ่อของเขาที่รับบทนายทหารใหญ่ของญี่ปุ่น คุณชลิต เฟื่องอารมย์ โปรเจ็คเสียงได้ดีทีเดียว และบทสมทบที่ต้องชมอีกคนคือ คุณรัดเกล้า อามระดิษ ที่รับบทเป็นแม่อร เสียงของเธอทรงพลังจนโดดเด่นเลยล่ะ

เนื่องจากละครเวทีเรื่องนี้มีดีที่บทละคร การแสดง และเพลง ทำให้เรื่องความไม่อลังการของฉาก แสง สี ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย เพราะแค่โฟกัสไปที่การถ่ายทอดอารมณ์ออกมาเป็นเพลงในทุกๆ ตัวละครก็สนุกมากแล้ว

ฉากสุดท้ายซึ่งเป็นฉากไคลแม็กซ์และฉากเรียกน้ำตาของเรื่องก็ทำได้น่าประทับใจ น้ำมนต์ทำให้เราร้องไห้ตามแบบน้ำตาไหลพรากๆ และพร้อมๆ กับความเศร้าใจในเนื้อเรื่องยังมีความทึ่งผสมอยู่ด้วยเพราะนางเอกสามารถควบคุมเสียงร้องไม่ให้สั่นมากนักขณะที่ร้องไห้ไปด้วยได้ ขอ Standing Ovation ให้เธอเลย


การใช้นักแสดงญี่ปุ่นมาเล่นเป็นโกโบริถือว่าเป็นกิมมิกที่ดีเพราะทำให้เราอินได้ง่ายมาก ประกอบกับการแสดงและเสียงร้องอันน่าทึ่งของน้ำมนต์ ทำให้คู่กรรม เดอะมิวสิคัล เป็นเวอร์ชั่นที่ประทับอยู่ในหัวใจเราอย่างยาวนานมิรู้คลาย

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 . ขับเคลื่อนโดย Blogger.